
อดอยากมาจากไหน
จึงก้มหน้าก้มตากัดกินใบ
มิรู้อิ่มรู้หนำ
มิคิดหยุดพักบ้างหรือไร
รู้หรือไม่
เพียงเงยหน้าสักครั้ง
พบดอกไม้งามสะพรั่ง
ไปทั้งใจ
ศราทร

อดอยากมาจากไหน
จึงก้มหน้าก้มตากัดกินใบ
มิรู้อิ่มรู้หนำ
มิคิดหยุดพักบ้างหรือไร
รู้หรือไม่
เพียงเงยหน้าสักครั้ง
พบดอกไม้งามสะพรั่ง
ไปทั้งใจ
ศราทร

ผืนหญ้าระอาไหม
เมื่อใบไม้หล่นรายไม่รู้สิ้น
สายลมขมขื่นไหม
ยามก้อนหินเจ้าไยไม่ไหวติง
ผืนหญ้าตอบว่า..ไม่
สายลมว่า..ชาชิน
แปรผัน-ผันแปร
ตามแต่กาลเวลาที่หลั่งริน
ศราทร

นานเท่าไรแล้ว
ที่ฉันได้มายืน ณ ที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ
ห้อมล้อมด้วยฝูงชนมากมาย
ใครจะบอกฉันได้…
เบื้องหน้า
สายน้ำสายกว้างวางร่างด้วยอาการสงบ
ดั่งไร้เล่ห์เพทุบาย และไร้มนต์มายา
มีเพียงการไหลนิ่งไปในทิศทางเดียวกัน
บางครั้งดูขุ่นหมอง
แต่บางครากลับเป็นกระแสใส สวยงาม
ไหลเรื่อยสู่เวิ้งเบื้องหน้ามิรู้สิ้นสุด
ที่นั่น
ริ้วน้ำเต้นระริกต้องแสงแห่งเวลา
ทั้งเจิดจ้ายามกลางวัน และนุ่มนวลยามกลางคืน
ใครจะอดใจได้…
ที่จะไม่ก้าวสู่ทางเท้าทอดขนานสายน้ำ
ยังเวิ้งงดงามซึ่งคล้ายอยู่ไม่ไกลเกินคว้า
แต่ขณะฝูงชนทยอยเดินทางสู่จุดหมาย
ฉันยังคงยืนนิ่ง เพ่งมองสายน้ำ
และรู้สึกถึงความแปลกหน้าของมัน
หรือเพราะสายน้ำเบื้องหน้าฉันวันนี้
มิใช่สายเดียวกับที่เคยผ่านไปเมื่อวันวาน
ฉันหันมองโค้งคุ้งซึ่งสายน้ำได้ไหลเลี้ยวผ่าน
และตัดสินใจก้าวไปบนทางรกเรื้อที่ไม่เคยมีใครเหยียบย่ำ
และคงไม่มีใครใส่ใจ
บัดนี้
ระหว่างทางสู่ต้นธาร
กลิ่นอวลแห่งมวลละอองน้ำลอยสูงสู่เบื้องบน
แทรกสัมผัสใจ-กายฉัน
ทุกๆ ก้าวเพียงลำพัง
ศราทร

เปลือกหอย
คล้ายจะสิ้นสุดการแรมรอน
เมื่อฝังกายใต้ผืนทรายละเอียดเนียน
แต่เสียงสนทนาเรื่องวันเวลา
จะยังแว่วอยู่มิสิ้น
แม้คลื่นครามสงบงาม
เปลือกหอย
กรุ่นสรรพสำเนียง
แห่งมหาสมุทรรำพัน
ศราทร
มติชนสุดสัปดาห์, 2542

ใต้ไม้ใหญ่แทงยอด
เหล่ามดแมงแหงนมอง
คอยรอดอกรวงร่วงหล่นมา
เหลืองดอกร่วงแล้ว
เคลื่อนคืบสืบค้นคลุมกายา
ชมพูร่วงซ้ำ
มดแมงแปลงร่างกันอีกครา
ใต้ไม้ใหญ่แทงยอด
เหล่ามดแมงแหงนมอง
ลืมสติแม้ลืมตา
ศราทร
มติชนสุดสัปดาห์, 23 พฤศจิกายน 2550

กิ่งใบแห่งสน
ลู่ลงทุกยามสิ้นสนธยา
ดาริกาแดนไกล
งามเพียงใดไม่เคยรู้
สนเจ้าเอย…ไม่เคยสน
เมื่อใดเธอหลับตา
ใช่ว่าฟ้าจะร่วงลงมา
…เมื่อไร
ศราทร
๓.๙.๔๙

กิ่งไม้ยังไม่ทันเอ่ยทัก
หรือเปิดใจรู้จัก
ปักษาก็โผบินจากไปไม่หวนกลับ
ทิ้งไว้เพียงจังหวะสั่นไหว
เสนาะเสียงขับขานมิใช่คำอำลา
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ชั่ววินาทีแห่งการพบ
ชั่วชีวิตผิดหวัง
ศราทร
๓.๙.๔๙

และแล้วคืนหนึ่ง
พระจันทร์เหลวไหล
โคจรผ่านหน้าต่างที่ตั้งตารอ
ไม่เคยท้อ…เคลื่อนหนีไปไหน
คืนเดียวกันพระจันทร์สุขใจ
จากฟ้าแสนไกล
ใครเคยเลี่ยงหลบยอมพบหน้า
ศราทร
๓.๙.๔๙

ที่เห็นว่าอยู่ตรงนี้
อยู่ที่นี่ในสายตา
ที่รู้ว่าเมื่อไรเอื้อมมือคว้า
เมื่อนั้นจะมาให้เชยชม
แน่ใจเช่นนั้นหรือ
แม้ในยามกะพริบตา
ศราทร
ภาพ : Half Closed Eye, Alfred Gockel

แววตาและเรียวปาก
กระหยิ่มยิ้มย่อง
เพียงเพราะเห็นร่องรอยฟ้า
จะพรมน้ำให้พร่างพร้อย
บนลานใจ
เช่นเดียวกัน
ที่หยดใสใสพร้อมจะรินไหล
อาบแก้มนวลให้เรื่อแดง
เพียงเพราะแผ่วเบาจากลมแล้งได้ทิ่มแทง
ให้รอยระแหงผากแห้งได้ป่นปลง
ทั้งๆ ที่
เสี้ยวหนึ่งแห่งสายลม
ใบบางอาจเพียงพลิกพลิ้ว เต้นระริกบนกิ่งก้าน
หรืออาจปลิดร่างลงแน่นิ่ง
สิ้นใจ
ศราทร
มติชนสุดสัปดาห์, พฤษภาคม 2541

ตะวันเอย
ยามสาดแสงลังลองลงทั่วหล้า
พฤกษ์ไพรก็พร้อมพลิ้วใบรับ
เริงแสงรักที่รินราย
ลงรดใจ
ตะวันเอย
เห็นไม้เล็กลำพังนั่นไหมเล่า
ใต้ไม้ใหญ่พุ่มใบแผ่บัง
ยังเฝ้ารอแสงรักรำไรแห่งเจ้า
น้อยใจ
ศราทร
มติชนสุดสัปดาห์, ธันวาคม 2542

เฝ้าฟัง
สายฝนหลงฟ้ากระซิบกระซาบ
แผ่วเบา..แผ่วเบา
รู้มิใช่พิณพาทย์ไพเราะ
หรือท่วงทำนองเสนาะมาแต่ไหน
หากเพราะหลงฟ้ามาแต่ไกล
ราวกับเป็นใคร
ไม่เคย…ไม่คุ้นเคย
ศราทร
มติชนสุดสัปดาห์, 28 พฤศจิกายน 2546