
ฟังนิทานนทีที่แสนเศร้า
เรื่องเจ้าชายสายน้ำสะท้อนเงา
แห่งเจ้าหญิงพระจันทร์ผู้ผันแปร
ห่างไกลให้แสนห่วง…โอ้ดวงใจ
ในนามความหวั่นไหวในกระแส
ล่องลอยรักเปี่ยมล้นเพื่อดูแล
ผูกพันพระจันทร์แม้จะห่างไกล
ริ้วคลื่นรอคอยร้อยขอบฟ้า
กลมกลืนผืนอาณาชลาศัย
หลังสิ้นแสงร้อนแรงแห่งรำไพ
ดวงจันทร์ดั่งดวงใจได้กลับคืน
ให้ลอยดวงล่วงดึกด้วยลึกซึ้ง
ด้วยลีลาตราตรึงตามริ้วคลื่น
อ้อมแขนกว้างโอบกอดอันกลมกลืน
เจ้าชายสายน้ำชื่นในคืนงาม
นัดเจ้าหญิงพระจันทร์ก่อนพรากจาก
ไม่คิดมากเงื่อนไขคอยไถ่ถาม
จันทร์เจ้าเคลื่อนลับกับฟ้าคราม
ทะเลโล้คลื่นลามไปอำลา
แต่คืนเวียนเปลี่ยนผ่านการแปรผัน
เจ้าหญิงจันทร์มาเยือนค่อยเบือนหน้า
ส่องแสงรักเลือนรางดั่งร้างรา
หรือถึงคราอ้อมแขนทะเลคลาย
กระทั่งไม่เห็นเจ้าในเงาฟ้า
ทะเลห่วงมองหาจนใจหาย
จนล่วงพ้นค่ำคืนความเดียวดาย
ต้องกลายเป็นเจ้าชายสายน้ำตา
เป็นเช่นนี้เรื่อยไปไม่รู้จบ
ให้ทบทวนนิทานปรารถนา
สุข-เศร้าเราในโลกกาลเวลา
จะมาเยือนอีกคราทุกอารมณ์
ฉันแขวนด้ายปรายดาวเป็นราวเปล
นอนฟังเสียงคลื่นเห่ให้ฟ้าห่ม
มีละครค่ำคืนให้ชื่นชม
หลายหลากฉากอารมณ์ช่างกลมกลืน
ศราทร
มติชนสุดสัปดาห์, 2543

หากแขวนด้ายปรายดาวเป็นราวเปล
ลมคลื่นเห่กรรโชกอาจโศกเศร้า
เพราะใยด้ายบอบบางและบางเบา
คลื่นซัดเอาราวเปลขาดเกือบขาดใจ
Comment by yawaiam — December 13, 2008 @ 2:40 pm