
ระยิบระยับวับวามตามริ้วคลื่น
สะท้อนแสงแห่งตะวันอันกลมกลืน
โพ้นฟ้าผืนสมุทรดุจเดียวกัน
ไขว่คว้าจินตนาการจากท้องทะเล
ในอารมณ์แรมเร่ ในแรงฝัน
ในสายลมเริงพลิ้วเริ่มผูกพัน
ในใบสนไหวสั่นสายลมไกว
บนเส้นทางจินตนาการได้พานพบ
หนึ่งทำนบน้ำตาน่าหลงใหล
เหม่อมองเส้นขอบฟ้าที่แสนไกล
หรือใจลอยลับไปไกลกว่านั้น
คือสาวนัยน์ตาเศร้าบนหาดทราย
ผู้ต่างพรรณผิวกายกับตัวฉัน
จากอีกฝั่งฟากฟ้า, ทะเล, จันทร์
สู่ฝั่งใจเดียวกัน ณ แดนไกล
เนิ่นนานริมฝั่งน้ำตามลำพัง
หรืออยู่ในภวังค์ความหวั่นไหว
หญิงสาวนัยน์ตาเศร้า…ใครเข้าใจ
แม้คลื่นลมคอยโอบไล้ทุกเวลา
วานลมช่วยบอกทียังมีฉัน
บนฝั่งความใฝ่ฝัน อย่าหวั่นผวา
ขอเพียงได้ปลอบใจด้วยสายตา
ไม่เหนือความแปลกหน้าไปกว่านี้
เรามองดวงตะวันเดียวกันไหม
บนดินแดนห่างไกลไร้แสงสี
มีเรื่องราวเก่าเก่าเท่าที่มี
มีเวลาจากนี้นิจนิรันดร์
หญิงสาวนัยน์ตาเศร้าบนหาดทราย
คำทักทายจากชายนัยน์ตาฝัน
เราดื่มกินจินตนาการไปด้วยกัน
หลังผ่านการแปรผันหมื่นพันทะเล
ศราทร
มติชนสุดสัปดาห์, 2543

ตะวัน…ดวงเดียวนี้…ที่แน่แท้
ไม่เคย…แชเชือนไป…ไม่หายหน้า
เช้าสาย…บ่ายมา…ตรงเวลา
จริงใจกว่า…ช่างน่ารัก…นักตะวัน
ตะวัน…ดวงเดียวนี้…ที่มองเห็น
คือต้นแบบ…ที่น่าเป็น…เห็นประจักษ์
ไม่เคยหยุด…ฉายแสงส่อง…ต้องใจนัก
แสนน่ารัก…ช่างภักดี…นี่ (แหละ)ตะวัน
Comment by yawaiam — October 17, 2008 @ 1:21 am