
ฟ้าร่ำร้องคำรนฝนกระหน่ำ
จิตรกรบรรยากาศวาดสีดำ
ในคืนค่ำน้ำสาดทั่วหาดทราย
นิ่งอยู่ในเพิงพักตามลำพัง
นอนฟังเสียงฝนสาดไม่ขาดสาย
หล่นลงเคาะหลังคามาทักทาย
"สวัสดี ความเดียวดาย" จากชายทะเล
ตื่นนอนในตอนเช้ายังหนาวสั่น
ฝนแห่งอันดามันช่างหันเห
หนาวละอองหยดหยาดลงสาดเท
หนาวลมพัดใจเพพเนจร
หรือคือความเงียบเหงาเฝ้าค้นหา
คืออารมณ์อ่อนล้าคราเหนื่อยอ่อน
อยากมีใครเคียงข้างในบางตอน
หลังม่านมหานคร-ทะเลทุรน
ก้าวฝ่าสายฝนสาดหยาดละออง
ลงนั่งมองท้องน้ำสีครามข้น
บนผืนทรายชายฝั่งกระแสชล
พร้อมใบสนหล่นคว้างซบลานทราย
ไม่มีใครสักคนบนชายฝั่ง
เบื้องหลังบรรยากาศอันหลากหลาย
ท่ามสายฝน, ใบสนที่หล่นราย
มีน้ำตาผู้ชายได้หลั่งริน
มาจากห้วงอารมณ์อันใดเล่า
หรือความเศร้าสุดท้ายได้สูญสิ้น
หรือคือความชอกช้ำที่ชาชิน
จึงแว่วยินเสียงสะอื้นอยู่ภายใน
ฉับพลัน…น้ำฟ้าได้ลาลับ
น้ำตาจะเนื่องนับไปทางไหน
ฉับพลัน…แสงตะวันส่องรำไร
ดวงตาจะสดใสได้หรือยัง
หยิบใบสนเรียงร้อยเป็นถ้อยคำ
บนพื้นทรายทรงจำเปี่ยมความหลัง
ให้จารึกอารมณ์อันจีรัง
เป็นบทกวีแห่งความหวัง ณ ฝั่งทะเล
ศราทร
มติชนสุดสัปดาห์, 2543

ความเดียวดายบ๊ายบายจากชายฝั่ง
มีความหวังแสงตะวันผันมาใหม่
ใบสนที่เรียงร้อยว่าน้อยใจ
เรียบเรียงใหม่ฟ้าสดใสไม่เดียวดาย
Comment by yawaiam — June 5, 2008 @ 3:06 pm