ฉันคือคนแปลกแยกและแปลกหน้า
          ผู้ล่องเรือโดยสารกาลเวลา
          สู่มหาละอองท้องทะเล

          อยู่บนเรือแล่นไปวันไร้แดด
          ไร้แสงประกายแสดดูว้าเหว่
          ครึ้มคล้ายมีเมฆคลุมอุ้มฝนเท
          คืออารมณ์ทะเลบางเวลา

          อยู่บนเรือแล่นไปวันไร้คลื่น
          ทุกย่างเรือเย็นรื่นยังเริงร่า
          เห็นเกาะไกลลิบลับกับสายตา
          วานลมบอกข่าวว่า…ฉันมาไกล

          มาให้เกาะห่างไกลได้เห่กล่อม
          ให้อุ่นลมโอบล้อมยามหลับไหล
          ให้เสียงคลื่นสาดครวญคล้ายเสียงใคร
          กระซิบคำปลอบใจให้คนจร

          ค่อยเคลื่อนเลื่อนลอยเหนือลำน้ำ
          สีครามฟ้าครึ้มสู่สิงขร
          อีกไม่นานหรอกหนาจะลงนอน
          ให้ผืนทรายเซาะซอนความอ่อนล้า

          ให้ผืนทรายร่ายกลอนการต้อนรับ
          เป็นสรรพสำเนียงพร่ำรำพันว่า
          ฟากฟ้ามหาสมุทรสุดสายตา
          มีมากพอเสาะหาความสามัญ

          เชิญเสาะหาความสามัญอันมีอยู่
          ระหว่างคู่ความจริงและความฝัน
          จริง, คือความวุ่นวายไม่เว้นวัน
          ฝัน, คือความเงียบงันอันงดงาม

          ลอยอยู่กลางลำน้ำความนึกคิด
          ในนาวาชีวิตเกิดคำถาม
          ระหว่างเมืองว้าเหว่-ทะเลคราม
          ใครหาความเงียบงามได้ตามใจ

 

                                   ศราทร
                                   มติชนสุดสัปดาห์, 2543