นั่งพักใต้ร่มต้นไม้ใหญ่
          คล้ายอยู่ในอ้อมโอบโลกทั้งโลก
          เงียบ…ยินแม้ใบไม้โบก
          ไต่ถามเรื่องราวทุกข์โศกของฉัน

          สุมไฟกองย่อมย่อม
          แล้วอังไออุ่นห้อมกองไฟนั้น
          ไม้แห้งร้อนแตกดังกังวานพลัน
          สนั่น…สะกิดในสำนึก

          เพ่งมองสายควันเทาลอยอ้อยอิ่ง
          ดั่งความจริงค่อยค่อยคล้อยลงลึก
          หนึ่งสายควันเสียดในนัยน์ผลึก
          ให้ฉันได้ตรองตรึกในน้ำตา

          และก่อนควันเทาทางจะจางหาย
          หนึ่งใบไม้แห้งตายก่อนกลายค่า
          ร่วงสวนทางควันเทาแล้วเอ่ยลา
          ก่อนซบผืนดินทาอดีตธาร

          สายควันนั้นจางลับไปนานแล้ว
          ใบไม่แคล้วเพียงแค่ผู้เคยผ่าน
          เศษเล็กน้อยส่วนหนึ่งในตำนาน
          ซึ่งไม่เคยจดจารลานดินใด

          ฉันยกมือขึ้นปาดน้ำตาเปื้อน
          ให้มันได้ลบเลือนไม่รินไหล
          เขี่ยใบไม้ใบนั้นเข้ากองไฟ
          นึกถึงความเป็นไปของตนเอง

 

                                   ศราทร
                                   สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์, เมษายน 2541