เรื่องเล่าที่ทำให้โลกเคลื่อนไหว

ผมไม่มีเรื่องเล่าจากการเดินทาง…
หากเริ่มต้นด้วยการบอกเช่นนี้จะเป็นการผิดที่ผิดทางสำหรับคอลัมน์นี้หรือไม่
คืออย่างนี้ครับ…
5 เดือนที่หันหลังให้งานประจำ ยุติการเดินทางไป-กลับวันละ 50 กิโลเมตร เพื่อหยุดตัวเองนิ่งอยู่กับที่ในมหานครคุ้นเคย
พูดให้แคบลงได้ว่า ผมหมกตัวอยู่ในบ้านมานานกว่า 5 เดือนแล้ว
แคบลงไปกว่านั้นคือ ผมฝังร่างอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยม นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอด 150 วันที่ล่วงเลยผ่าน
แน่ล่ะ, ผมจะไปมีเรื่องเล่าจากการเดินทางมาจากไหน เรื่องบางเรื่องถ้านานเกินไปย่อมขาดความสดใหม่ ขณะที่อีกหลายเรื่อง ผมยินดีปล่อยให้เลือนหายไปมากกว่าจะเก็บไว้ในความทรงจำ
กระนั้น แม้ไม่มีเรื่องเล่าส่วนตัว แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นโชคดีที่ผมได้อยู่ในฐานะผู้ฟังเรื่องเล่าจากการเดินทางของใครบางคนอยู่เสมอ
ใครบางคนที่มักจะบอกว่าตนเองคุยไม่เก่ง แต่กลับเล่าเรื่องได้สนุกสนาน
และเป็นใครบางคนที่ไม่ใช่นักเดินทาง แต่รักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ
คราวหนึ่ง หลังจากรอคอยอยู่ 6 วัน ใครคนนั้นกลับมาพร้อมเรื่องเล่าจากจอร์แดน ไล่จากวันแรกถึงวันสุดท้าย จากอัมมานถึงจีราช
ผมสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงร่าเริงเมื่อเล่าถึงกลุ่มเด็กหน้าทะเล้นที่ผลัดกันมาเซย์ฮัลโหลระหว่างเที่ยวชมโบสถ์เซนต์จอร์จในเมืองมาดาบา โดยมีหลักฐานเป็นรูปถ่ายประกอบเรื่องเล่า
ตื่นเต้นเมื่อพรรณนาถึงความยิ่งใหญ่ของหุบเขาหินทรายและวิหารเพตรา-นางเอกประจำทริป
สนุกสนานกับการนอนแช่น้ำและพอกโคลนเดดซีอันลือเลื่องท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเพราะสายฝน
และอีกหลายเรื่องเล่า…กระทั่งความงามของดอกหญ้าริมทางที่ไม่มีอยู่ในโปรแกรมนำเที่ยว ผมยังได้รับฟังจากใครคนนั้น
ในความรู้สึก, จอร์แดนที่เคยอยู่ไกลลิบลับจึงขยับเข้ามาใกล้จนเอื้อมถึง
หรืออีกคราวกับวันหยุดยาวที่ใครคนเดียวกันนั้นกลับมาพร้อมกัมพูชารำลึก
แม้จะเริ่มต้นด้วยท่าทีอ่อนล้าในน้ำเสียงเพราะต้องนั่งหัวสั่นหัวคลอนระหว่างทางไปเสียมเรียบ ทั้งยังอิดโรยจากการอดนอน แต่โตนเลสาบในโปรแกรมถัดไปได้เรียกเสียงตื่นเต้นกลับคืนมาอีกครั้ง
เพิ่มอารมณ์ลุ้นระทึกเมื่อเล่าถึงไม้กระดานทางเดินที่มีจระเข้หลายสิบตัวนอนเหยียดยาวอยู่ด้านล่าง
นิ่งไปจนรู้สึกได้ยามเอ่ยถึงเด็กขอทานกลุ่มใหญ่ที่กรูเข้ามากลุ้มรุมห้อมล้อมในทุกๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่ไปเยือน
เมื่อถึงนครวัด-นครธมอันเป็นไฮไลท์ แม้ความงดงามยิ่งใหญ่คือสิ่งที่ต้องมีในเรื่องเล่า แต่ใครคนนั้นยังใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยที่ประดับอยู่รายรอบปราสาทหิน เช่น เครื่องแต่งกายของนางอัปสรซึ่งมีทั้งกระโปรงพลีทและมินิสเกิร์ต รูปสลักไดโนเสาร์บนเสาหินที่ปราสาทตาพรหม ฯลฯ
และเซอร์ไพรส์ส่งท้ายเรื่องเล่าจากเขมร ด้วยโปสการ์ดรูปนางอัปสรประทับตรากัมพูชาที่ส่งมาถึงผมอีก 2 วันต่อมา…เป็นการปิดฉาก 3 วันในกัมพูชาได้น่าประทับใจยิ่ง
นอกจาก 2 ทริปล่าสุดแล้ว ใครคนนั้นยังมีเรื่องเล่าจากการเดินทางครั้งก่อนเก่าอีกหลายเรื่อง อาทิ โรงแรมผีสิงในโรมาเนีย ออสเตรียกับฉากในหนังเรื่อง Before Sunrise และความน่ารักของกวางที่พบได้ทั่วไปในเมืองนาราอันแสนเงียบสงบเมื่อคราวไปเที่ยวญี่ปุ่น
เป็นเรื่องเล่าหลากรสชาติ…ราวกับขบวนรถไฟที่เดินทางผ่านภูมิทัศน์หลากหลายไม่รู้สิ้นสุด
ผมไม่มีเรื่องเล่าจากการเดินทาง…
แต่การได้ฟังเรื่องเล่าทุกครั้งที่ใครคนนั้นกลับมาจากการเดินทาง ทำให้โลกหยุดนิ่งของผมเคลื่อนไหวมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ
และผมกำลังรอห้วงเวลาแห่งการแบ่งปันครั้งต่อไป
ศราทร
ภาพโดย โมนด์เซ
"ปล.ขอให้มีความสุข" เสาร์สวัสดี กรุงเทพธุรกิจ, 2 กันยายน 2549

โลกเคลื่อนไหวแต่ใยใจกลับหยุดนิ่ง
ไม่ทอดทิ้งความหลังไว้ในความฝัน
ชีวิตจักโศกเศร้าทุกคืนวัน
เพราะรำพันรำพึงถึงคนไกล
Comment by yawaiam — December 7, 2008 @ 7:04 am